|
ผมร่วงผมบาง รักษาได้ แก้ไขปัญหาผมร่วง การรักษาเป็นประสบการณ์เฉพาะ ด้วยสูตรยา แชมพูและซีรั่มบำรุงรากผมของไทยแฮร์เซ็นเตอร์เอง
คลีนิกรักษาผมร่วง ผมบาง ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ด้วย ยาปลูกผม สูตรของ หมอที่ไทยแฮร์เซ็นเตอร์เอง
ไทยแฮร์เซ็นเตอร์ไม่มีสาขาอื่น มีแห่งเดียวที่ พระราม 7 ใกล้สะพานปิ่นเกล้า ใกล้ ร.พ.ยันฮี
ผู้มารับบริการรักษารายใหม่ โปรดจองคิวตรวจล่วงหน้ากับหมอ 02-4460875 หรือ 02-4461827
(สามารถโทรจองคิวตรวจได้ จันทร์ - เสาร์ ช่วงเวลา 11.00 ถึง 18.00 น. )
|
|
Thai Hair Center Clinic : ไทยแฮร์เซ็นเตอร์คืออะไร
ไทยแฮร์เซนเตอร์เป็น คลีนิครักษาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์หรือผมบางจากฮอร์โมนเพศชายสูงขึ้นและสาเหตุอื่นๆ รักษาโดยหมอแผนปัจจุบัน
ใช้การรักษาแบบผสมผสานทั้ง การกินยาเพิ่มสารอาหารและวิตามินให้รากผม + ใช้แชมพูกระตุ้นรากผม + ซีรั่มหยอดหนังศรีษะเพิ่มความแข็งแรงให้เส้นผมใหม่ เพื่อให้เส้นผมเดิมที่เล็ก เส้นผมจะใหญ่ขึ้นและเร่งให้เส้นผมยาวขึ้นเร็วกว่าเดิม(ด้วยค่าใช้จ่ายทั้งหมด 940 บาทต่อเดือน)
แนวทางการรักษา เป็นประสบการณ์ของไทยแฮร์เซ็นเตอร์เท่านั้น ไม่มีสาขาที่อื่นใด ( แผนที่เส้นทางไป ไทยแฮร์เซ็นเตอร์)
|
ผู้ใดเหมาะสมกับการรักษาบ้าง ผมร่วง ผมบางจากกรรมพันธุ์รักษาได้หรือไม่
โดยทั่วไป 70 กว่าเปอร์เซนต์ของผู้ที่มารับการรักษาที่ไทยแฮร์เซนเตอร์ เป็น ผู้ชาย ส่วนใหญ่สาเหตุมาจาก ผมร่วงจากฮอร์โมนหรือผมบางจากกรรมพันธุ์ คือมียีนที่ทำให้รากผมตอบสนองต่อฮอร์โมนเพศชายมากกว่าคนปกติทำให้ผมที่ขึ้นใหม่แต่ละรอบของการเจริญเติบโตของเส้นผม ผมจะค่อยๆบางลง เส้นผมเล็กลง ยาวได้ไม่มาก สุดท้ายถ้าปราศจากการรักษาหรือชะลอการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนเพศชาย ก็จะเปลี่ยนเป็นภาวะ ศีรษะล้านถาวร ปัจจัยที่ทำให้ การรักษาปัญหาผมร่วงผมบางในผู้ชายได้ผลเป็นที่พึงพอใจของผู้เข้ารับการรักษาคือ
- อายุ เมื่อมีสัญญาณเตือนว่าผมร่วงมากผิดปกติ หรือผมเริ่มบางจนมองเห็นหนังศีรษะ หากมารับการรักษาแต่เนิ่นๆ ผลการรักษาจะเป็นที่พึงพอใจมาก เรื่องอายุของผู้เข้ารับการรักษา จากการสำรวจของผู้ที่มารับการรักษาที่ไทยแฮร์เซ็นเตอร์พบว่า ช่วงอายุที่ได้ผลดีอยู่ระหว่าง 24-40 ปี (เฉพาะในผู้ชายที่สาเหตุจากกรรมพันธุ์หรือฮอร์โมนเพศชาย) ส่วนอายุมากกว่านี้การรักษาจะได้ผลดีขึ้นมากน้อยเพียงใดอยู่ที่การตรวจรากผม หากยังพบว่ายังมีรากผมหลงเหลืออยู่ในตำแหน่งที่ผมบางจะได้ผลดีกว่า
|
|
|
- ตำแหน่งของผมบาง ผมบางในบริเวณกลางศีรษะ และ ผมบางในตำแหน่งมุมซ้ายและมุมขวา ของหน้าผาก ผลการรักษาจะดีกว่า
- ภาวะผิวหนังอักเสบหรือรากผมอักเสบ บริเวณที่ผมบางที่มีสาเหตุมาจากยีนหรือการตอบสนองต่อฮอร์โมนเพศชายผิดปกติไปส่วนใหญ่แล้วจะมีความไวต่อการแพ้สัมผัสสารเคมีหรือสิ่งแปลกปลอมได้ง่ายกว่าปกติ จึงพบว่าคนไข้จำนวนไม่น้อยเลยที่มารักษาที่ไทยแฮร์เซ็นเตอร์จะมีรากผมหรือผิวหนังอักเสบร่วม โดยในกลุ่มนี้แนวทางการรักษาเบื้องต้นจะต้องลดภาวะการอักเสบของผิวหนังศีรษะให้ได้ก่อนเพื่อให้การรักษาหยุดผมร่วงหรือการกระตุ้นรากผมได้ผลดีขึ้นและเร็วขึ้น
- หนังศีรษะมันหรือผมมัน มากกว่าร้อยละ 70 ของผู้มารักษาเรื่องผมร่วงที่ไทยแฮร์เซ็นเตอร์จะมีหนังศีรษะมันหรือผมมันร่วมด้วย เรื่องนี้เป็นอุปสรรคอย่างมากในการรักษากระตุ้นให้ขนอ่อนขึ้นและยาวเหมือนเส้นผมปกติ เนื่องจากไขมันที่สร้างจากต่อมไขมันบริเวณโดยรอบของรากผม เมื่อไม่มีการชะล้างคราบไขมันให้ออกอย่างเพียงพอ ก็จะเกาะก่อตัวจับกันเป็นก้อนไขมันแข็งและไปกดเอารากผมซึ่งจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงรากผมได้ไม่เพียงพอ เป็นเหตุให้รากผมอ่อนแอและหลุดร่วงได้ง่าย แนวทางการรักษาเรื่องหนังศีรษะมันจึงจะต้องทำไปพร้อมๆกับการรักษากระตุ้นขนอ่อนให้เกิดขึ้น หากปัญหาผมมันไม่ดีขึ้นการกระตุ้นขนอ่อนที่เกิดขึ้นใหม่มักไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากขนอ่อนที่ยาวขึ้นไม่เท่าไหร่ก็จะร่วงหลุดไปทำให้เสียโอกาสในการกระตุ้นให้ขนอ่อนยาวขึ้นเหมือนเส้นผมปกติ
นอกจากภาวะศีรษะล้านในผู้ชายแล้ว ปัญหาผมร่วงหรือปัญหาผมบางในผู้หญิง ยังพอพบได้ ประมาณ 5-10% ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากพันธุกรรม ผลการรักษาปัญหาผมบาง ผมเส้นเล็กในผู้หญิงจึงจะง่ายกว่าในผู้ชายมาก โดยอ้างอิงข้อมูลจากสถิติการรักษาของผู้ที่มารับการรักษาภาวะผมร่วง ผมบาง ทั้งหญิงและชายรวมกัน ที่ไทยแฮร์เซ็นเตอร์ ลักษณะเฉพาะตัวของภาวะนี้ในผู้หญิงที่จะสังเกตได้ง่ายคือ
- ผมร่วงเป็นหย่อม หรือ ผมร่วงทั้งศรีษะ โดยที่มักมีสาเหตุของอาการผมร่วงมาจาก โรคทางกายที่ซ้อนเร้นอยู่ เช่น โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษทำให้มีฮอร์โมนไทรอยด์มากเกินไป, ผมร่วงจากการมีไข้สูงมาก่อนเช่นหลังเป็นไข้ไทฟอยด์ หรือ ผมร่วงหลังคลอดบุตร ผมร่วงจากการแปรปรวนไม่สมดุลย์ของฮอร์โมนเพศหญิงและชาย เช่น ผมร่วงจากการกินยาคุมกำเนิด
- ผมร่วงทั่วศีรษะ พบร่วมกับอาการทางกายอื่นๆ เช่น ภาวะซีด ปวดเมื่อยตามข้อและกระดูก มีความดันโลหิตสูง มีอาการท้องมาน เหลือง(ดีซ่าน) ตับม้ามโต หรือในปัสสาวะมีโปรตีนไข่ขาวออกมามากกว่าปกติ ในผู้หญิง ปัญหาผมร่วงที่พบในโรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง (SLE - Systemic Lupus Erythematosus) ยังคงพบได้บ่อยเช่นกัน
|
|
|
การรักษาได้ผลมากน้อยเพียงใด
จากการสำรวจผู้ป่วยชาย 100 ราย ช่วงอายุ 24-55 ปี ของไทยแฮร์เซนเตอร์ ( ช่วงเวลา กันยายน 2551- เมษายน 2552 ) พบว่าอัตราความพึงพอใจของการรักษาจะมากในผู้ที่อายุน้อย
- อายุ 24-30 ปี อัตราความพึงพอใจประมาณ 85 % หลังการรักษา 3 เดือน แล้วเพิ่มขึ้นถึง 95% เมื่อรักษาครบ 6 เดือน
- อายุ 31-40 ปี อัตราความพึงพอใจประมาณ 75 % หลังการรักษา 3 เดือน แล้วเพิ่มขึ้นถึง 87% เมื่อรักษาครบ 6 เดือน
- อายุ 41-50 ปี อัตราความพึงพอใจประมาณ 65 % หลังการรักษา 3 เดือน แล้วเพิ่มขึ้นถึง 75% เมื่อรักษาครบ 6 เดือน
- อายุ มากกว่า 50 ปี อัตราความพึงพอใจประมาณ 62 % หลังการรักษา 3 เดือน แล้วเพิ่มขึ้นถึง 72% เมื่อรักษาครบ 6 เดือน
|
ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาการรักษา
วิธีการรักษาของไทยแฮร์เซ็นเตอร์เป็นวิธีการรักษาแบบผสมผสาน โดยใช้วิธีมาตรฐานผสมผสานกับแนวทางการรักษาที่ได้ผลตามหลักการพื้นฐานของนาโนเทคโนโลยี คือการเพิ่มออกซิเจนและสารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของเส้นผมให้กับรากผม วิธีการนี้เป็นวิธีการใหม่เป็นหนทางแก้ผมร่วง ลดอุบัติการณ์ของผมบางมากๆในคนที่มียีนศีรษะล้านอยู่ในตัว โดยในต่างประเทศแนวทางการรักษาวิธีนี้ได้ผลเป็นที่พึงพอใจมากและความปลอดภัยก็สูงมากเช่นกัน
สูตรยารักษาผมร่วง ลดปัญหาผมบาง ของไทยแฮร์ฯ ประกอบด้วย
1.ยารับประทาน กินยาวันละ 3 เม็ด ครั้งเดียวพร้อมกัน มีทั้งยากระตุ้นผมให้ขึ้นใหม่ (ความเข้าใจของคนทั่วไปเรียก ยาปลูกผม), ยาเพิ่มความแข็งแรงให้รากผมเดิมทำให้ผมร่วงน้อยลง และยาที่เพิ่มสารอาหารที่สำคัญและออกซิเจนให้รากผมหรือวิตามินผม
2.แชมพูป้องกันผมร่วง สูตรของไทยแฮร์เซ็นเตอร์ เป็นแชมพูยับยั้งฮอร์โมน DHT เฉพาะที่หนังศีรษะและกระตุ้นรากผมใหม่ มีทั้งสูตรแชมพูสำหรับผมมันและแชมพูแก้ผมร่วงสำหรับหนังศีรษะแห้ง ใช้ได้ 1 เดือน
3.ซีรั่มหยอดกระตุ้นรากผม สูตรของไทยแฮร์เซ็นเตอร์ เป็นการเร่งให้ผมยาวเร็วขึ้น เพราะปัญหาของการรักษาอย่างหนึ่งคือเมื่อขนอ่อนขึ้นมาแล้วมักจะยาวได้ไม่มากก็จะหลุดร่วงไป โดยให้หยดยาเร่งผมยาวบริเวณที่ผมบางก่อนนอนวันละครั้ง ซีรั่มของไทยแฮร์ฯ นี้มีหลายสูตรให้เลือกใช้มาก โดยหมอจะเป็นผู้สั่งจ่ายให้ตามวิธีการรักษาเฉพาะของไทยแฮร์ฯ ในแต่ละคนจะได้ซีรั่มไม่เหมือนกันแล้วแต่สภาพปัญหาของหนังศีรษะที่พบร่วมเช่น มีสะเก็ดรังแค? ผิวหนังอักเสบคัน? ขณะมารักษามีผมร่วงมากอยู่หรือไม่? เป็นต้น กรณีที่มีการอักเสบของหนังศีรษะอย่างมาก หรือมีรังแคค่อนข้างมาก ทางไทยแฮร์ฯ ก็จะจ่ายแชมพูรักษาหนังศีรษะอักเสบ ขจัดรังแค ซึ่งเป็นแชมพูความเข้มข้นสูง ให้เสริมกับแชมพูหลักโดยที่ไม่ต้องใช้ซีรั่มหยอด เมื่อรังแคและหนังศีรษะอักเสบหายดีแล้วจึงกลับมาใช้ซีรั่มกระตุ้นรากผมให้งอกเร็วและทำให้ผมร่วงน้อยลง
วิธีการรักษาทั้งหมดข้างต้นจะใช้ยาได้เป็นเวลา 1 เดือนด้วยค่าใช้จ่ายทั้งหมด 940 บาทต่อเดือน
โดยทั่วไประยะเวลาการรักษาอย่างน้อย 6 เดือนจึงจะได้ผลเป็นที่พึงพอใจของผู้เข้ารับการรักษา
(ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อนเร้นอย่างอื่นนอกเหนือจากค่ายารักษา ค่าตรวจของแพทย์หรือค่าวิเคราะห์เส้นผมไม่เสีย โดยแพทย์ตรวจวิเคราะห์ให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น)
จะต้องกินยารักษาผมร่วงไปตลอดชีวิตหรือไม่ (ผมร่วงที่มีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์และไม่ใช่จากกรรมพันธุ์)
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่กังวลมาก การจะต้องกินยารักษาผมร่วงไปตลอดหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการผมร่วงผมบาง เช่น ถ้าเป็นจากโรคผิวหนังที่สามารถรักษาหายขาดได้ ก็ไม่จำเป็นต้องกินยาไปตลอด หรือเป็นจากภาวะขาดสารอาหารและวิตามิน หรือโลหิตจาง เมื่อให้ยาทดแทนสิ่งที่ร่างกายขาด จนเส้นผมขึ้นมาปกติและอาการร่วงของเส้นผมอยู่ในเกณฑ์ปกติแล้วก็สามารถหยุดยาได้ แต่กลุ่มใหญ่ที่มารักษา ที่เป็นผู้ชายและแพทย์ลงความเห็นแล้วว่าเป็น ผมร่วงผมบางจากกรรมพันธุ์ กลุ่มนี้ ผู้ที่จะทำการรักษา ต้องยอมรับก่อนว่า ผมร่วงผมบางจากกรรมพันธุ์รักษาให้หายขาดไม่ได้ การใช้ยารักษาเป็นการประคองให้ผมคงสภาพอยู่ในลักษณะเส้นใหญ่ขึ้น ความหนาแน่นของเส้นผมมากขึ้น และรากผมไม่ฝ่อไปแบบถาวร เพราะฉะนั้น ก่อนจะทำการรักษาต้องยอมรับก่อนว่า จำเป็นจะต้องใช้ยารักษาผมร่วงผมบางไปตลอด ถ้าวิตกเรื่องบุคลิกภาพ เพื่อคงสภาพเส้นผมให้อยู่บนหนังศีรษะได้นานๆ เมื่อหยุดยาเส้นผมก็จะเริ่มกลายสภาพไปตามกำหนดของกรรมพันธุ์ ส่วนศีรษะจะล้านเร็วหรือล้านช้ายังมีปัจจัยอื่นเข้ามากำหนด เช่น สภาวะโภชนาการของแต่ละคน, ภาวะพร่องวิตามินของแต่ละคน, อุปนิสัยการใช้สารเคมีกับหนังศีรษะของแต่ละคน, ความเครียด, ความวิตกกังวลเป็นนิจ, การพักผ่อนไม่เพียงพอ, อายุที่มากขึ้นมีการเสื่อมของเซลล์รากผมร่วม ต่างๆเหล่านี้เป็นตัวเร่งเร้าให้ภาวะผมร่วง ผมบาง จนศีรษะล้านในแต่ละคนไม่เท่ากัน
อย่างไรก็ตามแม้นว่า ผมร่วงผมบางจากกรรมพันธุ์ จำเป็นต้องใช้ยากินไปตลอด แต่ก็ยังมีเทคนิคในการปรับลดขนาดของยากิน ซึ่งแพทย์ของไทยแฮร์เซ็นเตอร์ใช้อยู่ มีรายละเอียดคร่าวๆ ดังนี้
- ความเป็นจริงของคนที่มีปัญหาผมร่วงผมบางจากกรรมพันธุ์เวลามารักษามักจะมีสาเหตุอื่นๆผสมอยู่ด้วย ทำให้อาการผมร่วงผมบางมีมากกว่าความเป็นจริงไป ที่พบร่วมบ่อยคือ ผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ต่อมไขมันอักเสบเรื้อรังที่หนังศีรษะ แพ้สารเคมีกลุ่ม น้ำยาย้อมผม น้ำยาโกรกผม น้ำยายืดผม หรือ ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม อาทิ แว็กซ์ เจล สเปรย์ เพราะฉะนั้นเวลาจ่ายยารักษา จึงมักจะรักษาภาวะผิดปกติที่พบร่วมไปเลยในคราวเดียว และแนะนำให้ผู้ป่วยหยุดใช้สารเคมีกับหนังศีรษะแบบสิ้นเชิง ซึ่งมักจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน
- การให้ยาในเดือนที่ 4 เป็นเต้นไป แพทย์จะปรับยาเสริมกลุ่มวิตามินสำหรับเส้นผมเสริมเข้าไปในแต่ละคน ซึ่งจะได้ต่างกัน แล้วแต่แพทย์ประเมินว่าขาดวิตามินตัวไหน
- การให้ยาในเดือนที่ 9 เป็นต้นไป จะเริ่มให้ยาที่ช่วยทำให้เส้นผมใหญ่ขึ้น เพิ่มสารอาหารและออกซิเจนให้รากผม
- โดยเฉลี่ยการรักษาเมื่อครบประมาณ 15 เดือนแพทย์จะเริ่มปรับยาลดลงเป็น วันเว้นวัน หรือ วันเว้นสองวัน แล้วดูว่ายังสามารถคงสภาพเส้นผมได้อยู่หรือไม่ ผมกลับมาร่วงและบางลงอีกหรือไม่
การใช้เทคนิคปรับลดขนาดยาข้างต้น เพื่อให้สามารถคงสภาพเส้นผมได้ แพทย์จะเป็นผู้ปรับเมื่อครบ 15 เดือน หรือในบางรายมีการตอบสนองต่อยารักษาดีมาก ก่อนจะครบ 15 เดือน ผมขึ้นมาดกมาก และมีขนาดเส้นใหญ่มาก ความหนาแน่นของเส้นผมมีมากเป็นที่พึงพอใจของผู้ป่วยแล้ว แพทย์ก็จะปรับลดยาลงทันที
นโยบายของไทยแฮร์เซ็นเตอร์ ไม่มีนโยบายที่จะให้ผู้เข้ารับการรักษากินยาไปตลอด แต่จะเสริมความเข้าใจเรื่องหลักโภชนาการที่ดีสำหรับเส้นผม พร้อมแนะนำวิตามินที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม ควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมการใช้สารเคมีกับหนังศีรษะ ซึ่งจะช่วยยืดอายุของเส้นผมให้นานที่สุด ก่อนจะกลับมามีผมร่วงและผมบางอีกครั้ง และจะทำความเข้าใจกับผู้ที่เข้ารับการรักษาว่า ภาวะผมร่วงผมบางจากกรรมพันธุ์ทำให้หายขาดถาวรไม่ได้ เป้าหมายที่รักษาคือ ทำให้ดูดีขึ้น แล้วประคองไว้ให้นานที่สุด ภาวะผมร่วงผมบางจากกรรมพันธุ์ไม่มีอันตรายใดๆ ไม่รักษาก็ได้ หากไม่วิตกเรื่องบุคลิกภาพ หากจะทำการรักษาต้องยอมรับ ความเป็นจริงเรื่องการใช้ยารักษาไปตลอด หรือใช้ยาไปเป็นช่วงๆที่มีปัญหาพร้อมเสริมโภชนาการที่ดีไปพร้อมกัน
การใช้ยากินรักษาผมร่วงไปนานๆจะมีผลข้างเคียงหรือไม่ จะเป็นอันตรายต่อ ตับไตหรือไม่
จากประสบการณ์ของไทยแฮร์เซ็นเตอร์ ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีผลข้างเคียงอันตรายรุนแรงใดๆเลย มีแต่ผลข้างเคียงเล็กๆน้อย เหมือนกับผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นกับการกินยาทั่วๆไป เช่น อาการคันตามตัว, อาการบวมที่เท้าและเปลือกตา, อาการปวดตึงที่หนังศีรษะ ซึ่งอาการข้างเคียงจากยาที่กล่าวมาส่วนใหญ่หายไปเองไม่จำเป็นต้องหยุดยาและเกือบทั้งหมดเกิดขึ้น เมื่อใช้ยาภายใน 3-5 วันแรก
อย่างไรก็ตามยาทุกชนิด ไม่ว่าจะใช้รักษาอะไร ก็อาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นมาได้ แต่เท่าที่มีข้อมูลทางวิชาการ ของยาที่ไทยแฮร์เซ็นเตอร์ใช้อยู่ ยังไม่เคยมีผลข้างเคียงที่รุนแรงใดๆในระยะยาว หากใช้ยาภายใต้การควบคุมและปรับเปลี่ยนยาเมื่อมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นและจะต้องกินยาในปริมาณที่กำหนด ไม่กินมากกว่าที่กำหนด จากประสบการณ์ของไทยแฮร์ฯ เองมีคนไข้บางคนที่ใช้ยามาสักระยะแล้วไปตรวจสุขภาพ มาพบว่ามีการทำงานของเอ็นไซม์ตับเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะจากสาเหตุใดๆก็ตาม เช่น ระหว่างกินยาแล้วเกิดมีอาการไวรัสตับอักเสบร่วมโดยบังเอิญหรือเกิดมีอาการตับอักเสบจากการดื่มสุรา ในกลุ่มนี้เราก็แนะนำให้หยุดยาทันทีและเมื่อติดตามผู้ป่วยไปสักระยะ 3-4 เดือน ก็จะพบว่า การทำงานของเอ็นไซม์ตับก็กลับมาเป็นปกติ ซึ่งการที่มีเอ็นไซม์การทำงานของตับเพิ่มสูงขึ้นก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากยารักษาผมร่วงหรือไม่ เพราะแม้แต่ยาที่ปลอดภัยมากๆ เช่น พาราเซตามอล (Paracetamol) ซึ่งใช้เป็นยาแก้ปวดลดไข้ หากกินในปริมาณที่มากๆ พร้อมกันหรือกินต่อเนื่องกันหลายวัน ก็ยังพบว่าทำให้มีเอ็นไซม์ตับเพิ่มขึ้นได้อย่างมากๆ เช่นกัน
มีผู้กล่าวไว้ว่าภาวะผมร่วงผมบางจากกรรมพันธุ์ถึงแม้จะไม่ใช่โรคทางกายแต่ก็สร้างบาดแผลทางใจให้ผู้ที่เป็นอยู่มากทีเดียว ผู้ที่เป็นจะมีความกังวล รู้สึกไม่มั่นใจตัวเอง จนบางคนมีปัญหาด้านสภาวะจิตใจอย่างรุนแรง ถ้าเปรียบเทียบกับโรคทางกาย เช่นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ที่จะต้องใช้ยากินรักษาไปตลอดชีวิต ก็นับว่าภาวะผมร่วงผมบางจากกรรมพันธุ์ก็น่าจะจัดอยู่ว่าเป็นภาวะที่สร้างให้เกิดโรคทางจิตใจ การจะใช้ยาไปตลอดก็นับว่ามีประโยชน์อยู่บ้าง
สรุปได้ว่าปัจจุบันยาที่ใช้รักษาผมร่วง หากกินในปริมาณที่กำหนดแล้วนับว่ามีความปลอดภัยสูงในระยะยาว แต่การจะกินยาต่อเนื่องเกินกว่า 2 ปี ไทยแฮร์เซ็นเตอร์ไม่แนะนำ เหตุผลที่ไม่แนะนำให้กินยาต่อเนื่องเกิน 2 ปี เนื่องจาก เส้นผมคนเราโดยเฉลี่ยจะมีอายุประมาณ 2 ปี ถ้าใช้ยามาประมาณ 2 ปีแล้ว เราคิดว่ารากผมที่ขึ้นใหม่เกือบทั้งหมดบนหนังศีรษะได้รับการควบคุมไม่ให้ถูกทำลายจากอิทธิผลของฮอร์โมน DHT เรียบร้อยแล้ว ผมจะเส้นใหญ่ดีแล้ว ก็ควรจะหยุดยาได้ เมื่อเส้นผมเริ่มเล็กลงในอนาคตจึงค่อยเริ่มกลับมากินยาใหม่ ถึงแม้ว่าการรักษาผมร่วงผมบางจากกรรมพันธุ์จะต้องใช้ยาตลอดเพื่อคงสภาพเส้นผมให้เส้นใหญ่และมีความหนาแน่นใกล้เคียงปกติ หากหยุดยาในขณะที่เส้นผมยังมีเส้นไม่ใหญ่พอ การกลับมามีผมร่วง ผมบางอีกครั้งจะเร็วใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน หลังหยุดยา แต่หากใช้ยาไปจนเส้นผมมีขนาดใหญ่และความหนาแน่นเป็นที่พอใจแล้ว ค่อยๆปรับลดยาลง พร้อมกับเสริมโภชนาการและวิตามินที่สำคัญและจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเส้นผมไปพร้อมๆกัน จะสามารถยืดเวลาที่จะกลับมามีผมร่วงได้นาน บางคนได้ถึงปีครึ่ง หลังจากหยุดยากินแบบสิ้นเชิง
ในบางคนที่มีความกังวลเรื่องผลข้างเคียงของยาก็จะใช้วิธีกินยาเป็นช่วงๆ สลับกับการเสริมโภชนาการและวิตามิน เช่น กินยา 5-6 เดือน พอผมกลับมาดูดีมีความหนาแน่นของผมเป็นที่พอใจแล้วก็หยุดยา หันกลับมาเสริมวิตามินและโภชนาการดีๆ การทำแบบนี้เพื่อความสบายใจและลดการสัมผัสยาเป็นเวลาต่อเนื่องนานๆ ซึ่งก็นับว่าได้ผลดี ผู้ที่มีปัญหาผมร่วงผมบางจากกรรมพันธุ์จะต้องทำใจยอมรับล่วงหน้าก่อนเลยว่าวงจรของอาการผมร่วงมันเป็นเช่นนี้ เพราะกรรมพันธุ์หรือยีนในร่างกายมันเป็นตัวกำหนดเราจะเอาชนะมันแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดไม่ได้ ได้เพียงแต่ประคองด้วยการกินยาและหลีกเลี่ยงสิ่งต่างๆที่จะทำให้ผมร่วงมากขึ้น โดยเฉพาะสารเคมีที่ใช้กับหนังศีรษะและเส้นผม
ถ้ากินยารักษาผมร่วงแล้วหยุดยาก่อนจะทำให้หัวล้านเร็วกว่าปกติหรือไม่
เรื่องนี้ยังเป็นที่เข้าใจผิดกันมากและบอกปากต่อปากกันมาจนฟังดูแล้วเหมือนกับว่าการกินยารักษาผมร่วงจะทำให้หัวล้านเร็วกว่าปกติ
ความเข้าใจผิด : การหยุดยาจะไปเร่งให้ศีรษะล้านเร็วหรือมีผมร่วงมากกว่าปกติ
ความจริง : ความเป็นจริงก็คือยารักษาผมร่วงไม่ได้ไปเร่งให้ศีรษะล้านเร็วกว่าปกติหรือผมร่วงมากกว่าปกติเมื่อหยุดกินยา
การร่วงของผมหรือศีรษะจะล้านเร็วหรือช้าขึ้นกับปัจจัยอื่นอย่างที่กล่าวมาข้างต้น ยารักษาผมร่วงจะช่วยคงสภาพให้เส้นผมใหญ่และผมร่วงน้อยลงตราบเท่าที่ยังกินยารักษาอยู่ (กรณีที่สาเหตุของผมร่วงผมบางมาจากกรรมพันธุ์) เมื่อหยุดกินยาทุกอย่างจะค่อยๆ กลับสู่สภาวะความเป็นจริงของคนคนนั้นแต่จะค่อยเป็นค่อยไป ถ้ากินยารักษามาจนเส้นผมใหญ่ดีแล้วการกลับสู่สภาวะของความเป็นจริงจะช้า นั่นคือยืดเวลาที่จะมีผมบาง ศีรษะล้านออกไปได้นานกว่าการกินยาไปเพียง 4-5 เดือนแล้วหยุดยาทันที เมื่อหยุดยาความหนาแน่นของเส้นผมจะกลับสู่ความเป็นจริงที่ควรจะเป็นเหมือนกับขณะที่ไม่ได้กินยา
ตัดสินใจจะรับการรักษาด้วยยาจะทำอย่างไร ( แผนที่ไป ไทยแฮร์เซ็นเตอร์ )
หากตัดสินใจจะเข้ารับการรักษาโปรดโทรจองคิวก่อนล่วงหน้า โดยสามารถจองคิวล่วงหน้าได้ ก่อนอย่างน้อย 1 วัน ไม่รับจองคิวล่วงหน้าเกินกว่า 1 วันทำการ สามารถจองคิวตรวจได้ที่เบอร์โทร 02-4460875 (ช่วงเวลา 11.00 - 18.00 น.) หรือ โทรสอบถามรายละเอียดที่ 02-4461827 พร้อมกับสอบถามเส้นทางมายังคลีนิก ดูรายละเอียดการนัดแพทย์ หากท่านไม่มั่นใจว่าการรักษาภาวะผมบางของท่านจะได้ผลมากน้อยเพียงใดท่านสามารถจองคิวเพื่อมาปรึกษาแพทย์ก่อนได้ หากแพทย์วิเคราะห์แล้วว่าการรักษาของท่านผลการรักษาจะได้ผลน้อย แพทย์จะแจ้งให้ท่านทราบ หากไม่มีการจ่ายยารักษาผมร่วงใดๆ ท่านก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลย
หากแพทย์วิเคราะห์และแจ้งให้ท่านทราบแล้วว่าผลการรักษาน่าจะเป็นที่พึงพอใจ แพทย์ก็จะจ่ายยาให้ท่านพร้อมแชมพูป้องกันและลดผมร่วง และซีรั่มเร่งผมยาว โดยท่านเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะรับยาไปกี่เดือน โดยทั่วไปการใช้ยารักษาผมบาง ต่อเนื่องประมาณ 3 เดือนจึงจะเริ่มเห็นผลว่า ผมหนาและผมดกขึ้น โดยท่านจะเสียค่าใช้จ่ายตามปริมาณยาที่รับไป ในอัตรา 940 บาทต่อเดือน โดยแพทย์จะใช้เวลาในการตรวจผู้ป่วย 1 ราย ประมาณ 10-15 นาที
อยู่ต่างจังหวัดจะมารับการรักษาได้อย่างไร ( แผนที่เส้นทางไป ไทยแฮร์เซ็นเตอร์ )
การรักษาของไทยแฮร์เซ็นเตอร์ ไม่มีการส่ง ยาปลูกผม แชมพูปลูกผม หรือซีรั่มปลูกผมทางไปรษณีย์ ผู้ที่จะมารับการรักษาทุกรายต้องเดินทางมาที่ไทยแฮร์เซ็นเตอร์ ด้วยตัวเองเพื่อทำทะเบียนประวัติ - พบแพทย์ - รับยา ตามหลักมาตรฐานของการประกอบวิชาชีพเวชกรรมทุกประการ หากท่านมาจากต่างจังหวัดท่านไม่ได้มีโอกาสเข้ามากรุงเทพฯได้บ่อยๆ แพทย์สามารถจะจ่ายยาให้ท่านได้ 3 - 5 เดือน หลังจากนั้นเมื่อยาหมดท่านควรมาพบแพทย์เพื่อดูผลการรักษาและรับยารักษาผมร่วงเพิ่มต่อไป
* หมายเหตุ : การใช้ยาปลูกผมและแชมพูแก้ผมร่วงจะมีเจ้าหน้าที่คอยบริการให้คำแนะนำ ส่วนปัญหาหรือข้อข้องใจเกี่ยวกับการใช้ยาปลูกผมต่อเนื่องระยะยาวแพทย์จะชี้แจงขณะวิเคราะห์ตรวจโรค หรือหากท่านสงสัยประการใดแพทย์ยินดีให้คำแนะนำ
* หมายเหตุ : เส้นทางมายังคลินิก ตั้งอยู่ที่ 27/298-300 หมู่ที่ 5 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ติดโลตัสวัดจันทร์ ใกล้ ร.พ.ยันฮี, ใกล้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต พระราม 7 เขตบางกรวย, ซอยข้างการไฟฟ้าฝ่ายผลิต บางกรวย นนทบุรี 11130 คลินิกติดกับโลตัสวัดจันทร์ ( ดูแผนที่ - ดู Google Map ) เบอร์โทร 02-4460875
เวลาเปิดทำการ ( แผนที่เส้นทางไป ไทยแฮร์เซ็นเตอร์ )
จ. - ศ. 11.00 น. - 18.00 น.
ส. 10.00 น. - 18.00 น.
อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ - หยุดทำการ
โปรดโทรจองคิวตรวจล่วงหน้ากับหมอรักษาผมร่วง 02-4460875 หรือ 02-4461827
ไทยแฮร์เซ็นเตอร์ รักษาผมร่วง แก้ปัญหาผมร่วง แก้ปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน ปลูกผม
ด้วย ยาปลูกผม + แชมพูรักษาผมร่วง + โลชั่นเร่งสร้างรากผม
เพื่อผมใหม่ที่ขึ้นดกหนาอย่างเป็นธรรมชาติ
ด้วยค่าใช้จ่ายทั้งหมด เดือนละ 940 บาท ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อนเร้นอย่างอื่นใด
ปรึกษาปัญหาผมร่วง การรักษาผมร่วง ผมบางและแนวทางวิธีการฟื้นฟูรากผม
จองคิวการตรวจกับหมอที่รักษา โทร 02-4460875 (เวลา 11.00 - 18.00 น.)
สถานที่ตั้ง ไทยแฮร์เซ็นเตอร์ Thai Hair Center Clinic ศูนย์ดูแลแก้ปัญหาผมร่วงผมบางอย่างมืออาชีพ
ไทยแฮร์เซ็นเตอร์ Thai Hair Center Clinic
27/298-300 หมู่ที่ 5 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ติดโลตัสวัดจันทร์ ใกล้ ร.พ.ยันฮี
ใกล้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต พระราม 7 เขตบางกรวย ซอยข้างการไฟฟ้าฝ่ายผลิต
บางกรวย นนทบุรี 11130
โทร 02-446 0875
|